แนะนำ "UTM" เครื่องมือพื้นฐาน ในการทำ Website / Landing page tracking

แนะนำ “UTM” เครื่องมือพื้นฐาน ในการทำ Website / Landing page tracking

วันนี้เราจะมา แนะนำ “UTM” เครื่องมือพื้นฐาน ในการทำ Website / Landing page tracking เพื่อนำข้อมูลมาไว้วิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้า ผลตอบรับจากแลนดิ้งเพจที่เราสร้างขึ้น  โดยจากคอนเทนต์ที่แล้วเราได้ไป เช็คลิสต์ สร้าง Landing page อย่างไร ให้ยอดขายมา กันไปแล้ว พวกเราได้ทิ้งท้ายไว้ว่า ควร “Tracking” สถิติต่าง ๆ เอาไว้เสมอ

ทีนี้การทำ Tracking มีหลายเครื่องมือที่ช่วยเราได้ หนึ่งในนั้นคือ “การทำ UTM tracking” หรือ การทำ URL campaign tracking แล้วแต่ใครจะสะดวกเรียก เพราะมันคือวิธีการเดียวกันอยู่ดี

แนะนำ "UTM" เครื่องมือพื้นฐาน ในการทำ Website / Landing page tracking
แนะนำ “UTM” เครื่องมือพื้นฐาน ในการทำ Website / Landing page tracking



หน้าตาการทำ UTM

ถ้าใครเคยเข้าเว็บไซต์ประเภท Maket place จะเห็นได้ชัดมากจาก Address bar ของเรา มันจะเป็น URL เรียงยาวต่อเนื่องกัน ยกตัวอย่างเช่น URL ของคอนเทนต์นี้ 

ตัวอย่าง URL ที่ผ่านการทำ UTM tracking ไว้
ตัวอย่าง URL ที่ผ่านการทำ UTM tracking ไว้

บางคน พอเห็น URL เรียงยาวแบบนี้ อาจจะเวียนหัวตึ้บขึ้นมาเลย (ฮ่า ๆ) แต่จริง ๆ แล้ว URL ลักษณะนี้ คือการทำ UTM tracking นั่นเอง


มารู้จักตัวแปรต่าง ๆ สำหรับการทำ UTM tracking

ยกตัวอย่างจาก URL เดิม เราสามารถแยกตัวแปรออกเป็น 3 ส่วนหลัก

ตัวอย่าง โครงสร้างการทำ UTM tracking บน URL
ตัวอย่าง โครงสร้างการทำ UTM tracking บน URL

1. utm_source คือ แหล่งที่มา เพื่อให้รู้ว่า “มาจากที่ไหน”

ตัวแปรนี้จะช่วยให้เรารู้ว่า คนที่มาจาก URL นี้ เค้ามาจากที่ไหน อย่างเช่น เราระบุว่า utm_source=Facebook นั่นหมายความเรา คนที่มา จะมาจากช่องทางของ Facebook นั่นเอง


2. utm_medium คือ ตัวกลางที่มาพา เพื่อให้รู้ว่า “มาด้วยอะไร”

ตัวแปรนี้จะช่วยให้เรารู้ว่า เค้าใช้ สื่อกลางตัวไหนที่พามา เช่น utm_medium=post นั่นหมายความว่า เค้ามาจากการโพสต์ภาพ หรือข้อความ หรือ  utm_medium=banner ก็จะหมายความว่า เค้ามาจากภาพแบนเนอร์ 


3. utm_campaign คือ ชื่อแคมเปญ เพื่อให้รู้ว่า “มาจากแคมเปญไหน”

ตัวแปรนี้แปรตรงตัวเลย ว่าเค้ามาจาก แคมเปญชื่ออะไร เช่น utm_campaign=mega-sale-50 นั้นก็หมายความว่า เค้ามาจากแคมเปญที่ชื่อ Mega Sale 50 นั่นเอง


3 ตัวแปรนี้ คือ ตัวแปรในการทำ UTM tracking พื้นฐาน อย่างน้อยเราควรมีให้ครบทั้ง 3 ตัวหลักนี้ แต่ถ้าแอดวานซ์หน่อย จะมีอีก 2 ตัวแปรที่เราสามารถใช้ได้ เช่น utm_term ใช้คู่กับการทำ Google AdWord / Paid search มากกว่า และ utm_content ใช้แยกประเภทของโฆษณาประเภท A/B testing  เป็นต้น 


แต่ถ้าใครไม่ถนัดพิมพ์ตัวแปรยืดยาว เราขแนะนำให้ใช้ UTM Generator ของ Google เป็นตัวช่วยได้เลย ด้วยเครื่องมือ Campaign URL Builder  https://ga-dev-tools.appspot.com/campaign-url-builder/

Campaign URL Builder เครื่องมือสร้าง UTM tracking ฟรีจาก Google
Campaign URL Builder เครื่องมือสร้าง UTM tracking ฟรีจาก Google

ทำ UTM tracking แล้วมันไปโชว์อยู่ตรงไหน

โชว์ใน Google Analytic เครื่องมือวัดผลหากินมารตรฐาน (ฮ่า ๆ) โดยจะแสดงอยู่ในหน้า แคมเปญ อย่างในภาพ

ตัวอย่าง วิธีการดูรายงานใน Google Analytics เมื่อทำ UTM tracking
ตัวอย่าง วิธีการดูรายงานใน Google Analytics เมื่อทำ UTM tracking

สุดท้ายนี้

เรายังเน้นย้ำเสมอว่า การวัดผลนั้นสำคัญมาก เพราะนอกจากจะช่วยให้เราทราบถึงที่มาเบื้องต้นแล้ว เรายังสามารถนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ วัดผล และวางแผนต่อไปในอนาคตได้ อย่างการสร้าง website หรือ Landing page เราก็สามารถนำ UTM tracking เข้ามาประยุกต์ใช้งานด้วยได้เลย

การทำ UTM tracking เป็นเพียงหนึ่งวิธีในการวัดผลเท่านั้น ยังมีเครื่องมีอีกมากมายที่ช่วยในเรื่องการวัดผล ในคอนเทนต์หน้า พวกเราจะมาเผยเทคนิคการวัดผลเจ๋ง ๆ ให้ติดตามกันต่อ! หรือถ้าไม่อยากมานั่ง tracking ค่าต่าง ๆ เอง ให้พวกเราทำให้ได้เลย! เรามีบริการรับทำ website และ Landing page พร้อม tracking ให้พร้อม!

Scroll to Top